บทความวิจัย

ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษา หลักสูตรครู 5 ปี

ระดับปริญญาตรี  ของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มตะวันตก 

Causal Factors Affecting on academic Achievement in Educational  Program Students Bachelor’s  Five Years  of  Education Faculty

Rajabhat University  Western  Groups

 

อาจารย์ ดร.นิพนธ์  วรรณเวช e-mail : nipon1310@hotmail.com

สาขาวิชาการบริหารการศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี

 

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษา หลักสูตรครู 5 ปี ระดับปริญญาตรี ของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มตะวันตก โดยมุ่งศึกษาใน 3 ประการ ได้แก่ ประการแรก ศึกษาตัวแปรที่เป็นปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาหลักสูตรครู 5 ปี ระดับปริญญาตรี ในคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏในกลุ่มตะวันตก ใน 2 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) องค์ประกอบด้านสถานศึกษา ประกอบด้วย สภาพแวดล้อมในมหาวิทยาลัย คุณภาพการสอน การประเมินผล และ บรรยากาศในชั้นเรียน 2) องค์ประกอบด้านผู้เรียน ประกอบด้วย ความสามารถทางวิชาชีพครู เจตคติต่อวิชาชีพครู ความตั้งใจเรียน แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ ความสัมพันธ์ทางครอบครัว ฐานะทางเศรษฐกิจ และความสัมพันธ์กลุ่มเพื่อน เพื่อสร้างรูปแบบความสัมพันธ์โครงสร้างเชิงเส้น ประการที่สอง เปรียบเทียบองค์ประกอบด้านสถานศึกษาและองค์ประกอบด้านผู้เรียนตามความคิดเห็นของนักศึกษา และประการที่สาม ประเมินองค์ประกอบด้านสถานศึกษาและองค์ประกอบด้านผู้เรียนตามความคิดเห็นของนักศึกษา กลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยราชภัฎกลุ่มตะวันตก ระดับชั้นปีที่ 3 จำนวนทั้งสิ้น 304 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ วิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ โดยใช้ค่าเฉลี่ย และค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน วิเคราะห์ปัจจัยอิทธิพลด้วยโปรแกรมลิสเรล (Lisral Model) เพื่อตรวจสอบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุ เปรียบเทียบองค์ประกอบด้านสถานศึกษาและองค์ประกอบด้านผู้เรียนใช้การวิเคราะห์ทางเดียว (ANOVA) และประเมินองค์ประกอบด้านสถานศึกษาและองค์ประกอบด้านผู้เรียนเปรียบเทียบกับเกณฑ์ที่กำหนด (3.00) ใช้ t-test

                ผลการวิจัยพบว่า

                1.  รูปแบบความสัมพันธ์โครงสร้างเชิงเส้นระหว่างตัวแปรเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาหลักสูตรครู 5 ปี ระดับปริญญาตรี ของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มตะวันตก ที่พัฒนาขึ้นมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ และความตรงของรูปแบบพิจารณาได้จากค่าไคสแควร์ (c2) มีค่าเท่ากับ 0.015 (p = 0.90) มีดัชนีความสอดคล้อง GFI เท่ากับ 1.00 และดัชนีความสอดคล้องที่ปรับค่าตามการวิเคราะห์ด้วยโปรแกรมลิสเรล AGFI เท่ากับ 1.00

                2.  ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนมี 11 ปัจจัย และสามารถร่วมกันอธิบายผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาได้ร้อยละ 62

                3.  ปัจจัยที่เป็นสาเหตุโดยทางตรงอย่างเดียวต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาหลักสูตรครู 5 ปี ระดับปริญญาตรี ของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มตะวันตก ได้แก่ แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ ฐานะทางเศรษฐกิจ คุณภาพการสอน และบรรยากาศในชั้นเรียน ปัจจัยที่เป็นสาเหตุโดยทางตรงและทางอ้อม ได้แก่ ความตั้งใจเรียน ความรู้ในวิชาชีพครู เจตคติต่อวิชาชีพครูการประเมินผล สภาพแวดล้อมในมหาวิทยาลัย และความสัมพันธ์กลุ่มเพื่อน ปัจจัยที่เป็นสาเหตุโดยทางอ้อมอย่างเดียว ได้แก่ ความสัมพันธ์ทางครอบครัว

                4.  การเปรียบเทียบองค์ประกอบด้านสถานศึกษา และองค์ประกอบด้านผู้เรียนโดยรวม ตามความคิดเห็นของนักศึกษาหลักสูตรครู 5 ปี ระดับปริญญาตรี ของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัย

ราชภัฏกลุ่มตะวันตก พบว่า องค์ประกอบด้านสถานศึกษาในมหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มตะวันตกแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 องค์ประกอบด้านผู้เรียนในมหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มตะวันตกแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001

                5.   องค์ประกอบด้านสถานศึกษา และองค์ประกอบด้านผู้เรียนโดยรวม ตามการประเมินของนักศึกษาหลักสูตรครู 5 ปี ระดับปริญญาตรี ของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มตะวันตกเปรียบเทียบกับเกณฑ์ พบว่า สูงกว่าเกณฑ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ทั้งสององค์ประกอบ 

 

Abstract

            The objective of this research was to study the causal factors influencing a five – year teacher – curriculum students’ achievement study, bachelor’s level of education faculty in Western Rajabhat Universities. There were three sides ; firstly , to study variances on casual factors influencing a five – year teacher – curriculum students’ achievement study , bachelor’s level of education faculty in Western Rajabhat Universities within two factors which were : 1. Institute’s factor consisted of university’s environment, teaching quality, evaluation and state of classroom. 2. Learner’s factor consisted of the ability of teaching profession, teacher occupation’s attitude, learning attention, motivation for achievement, parental relation, financial situation and peer relationships to form linear construction relationship patterns. Secondly , to compare between institute’s factor and learner’s factor according to students’ opinions. Thirdly , to evaluate between institute’s factor and learner’s factor according to student’s opinions . The sample consisted of 304 third- year students in Western Rajabhat Universities. The instrument used was a five- rating scale questionnaire. Statistics utilized for data analysis were arithmetic mean, standard deviation , Lisral Model, Anova and t – test ( 3.00 ).

     The research findings were as follows :

  1. Linear construction relationship patterns between variances on causal factors influencing a five – year teacher – curriculum students’ achievement study , bachelor’s level of education faculty in Western Rajabhat Universities , having been developed, then  conformed to evident information and the reliability of the pattern was  decided through Chi- square test  (c2) , of 0.015 ( p = 0.90 ) , The index conformed GFI at 1.00 and adjusted on analysis with Lisral Model  ; AGFI at 1.00
  2. The 11 factors influencing achievement study could mutually define the  students’ achievement study at 62 %
  3. The direct cause of factor influencing a five – year teacher-curriculum students’ achievement study, bachelor’s level of education faculty in Western Rajabhat Universities was found in motivation for achievement  , financial situation , teaching quality and state of classroom. The direct and indirect cause of factors was learning attention, the ability of teaching profession , teacher occupation’s attitude, evaluation, university’s environment and peer relationships. The indirect cause of factor was parental relation.
  4. A five – year teacher – curriculum students’ opinions in institute’s factor and learner’s factor of bachelor’s level, education faculty in Western Rajabhat Universities were found that institute’s factor was significantly different at 0.5 level and learner’s factor at .001 level.
  5. According to the comparative scale of institute’s factor and ;learner’s factor of evaluation of a five – year teacher-curriculum students , bachelor’s level , education faculty in Western Rajabhat  Universities was found significantly higher at 0.01 level of both factors above.

 

บทนำ

                การศึกษาถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาคนให้เป็นผู้มีความรู้ มีประสบการณ์ มีทักษะด้านอาชีพ มีคุณธรรม จริยธรรม มีเจตคติที่ดีต่อตนเอง และสังคม อันจะนำไปสู่ความสามารถในการพัฒนาตนเอง และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขตามอัตภาพ (สมชัย  วุฒิปรีชา. 2537 : 1)โดยเฉพาะอย่างยิ่งการศึกษาในระดับอุดมศึกษา ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันว่ามีความสำคัญอย่างมากต่อการพัฒนาประเทศ ดังวัตถุประสงค์ของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 9 (พ.ศ.2545-2549) ที่เน้นให้คนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา ทั้งนี้เพราะคนถือเป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญมากที่สุดของประเทศ หากประเทศได้มีการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณภาพแล้ว ก็เป็นที่เชื่อได้ว่าโอกาสที่จะทำให้ประเทศมีความก้าวหน้าย่อมเป็นไปได้มากขึ้น และยังส่งผลให้ประเทศมีสมรรถนะในการแข่งขันกับนานาอารยะประเทศได้อีกด้วย ดังนั้น การศึกษาจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการเชื่อมต่อเป้าหมายของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ สังคม ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเหล่านี้จะนำไปสู่การค้นพบความต้องการและความถนัดในตนของผู้เรียน (ธีระยุทธ  รัชชะ. 2544 : 1) รวมทั้งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 ตามมาตรา 80 (3) กล่าวโดยสรุปได้ว่า ให้มีการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการจัดการศึกษาในทุกระดับและทุกรูปแบบให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม โดยให้มีการจัดการพัฒนาคุณภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ก้าวหน้า รวมทั้งปลูกจิตสำนึกของผู้เรียนให้มีความเป็นไทย มีระเบียบวินัย คำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ (ราชกิจจานุเบกษา. 2550)

                การผลิตบัณฑิตให้มีคุณภาพ มีความรู้ และคุณธรรม เป็นความคาดหวังของมหาวิทยาลัยทุกแห่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมหาวิทยาลัยราชภัฏ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น เป็นสถาบันอุดมศึกษาที่ผลิตบัณฑิตให้มีความสามารถในวิชาชีพชั้นสูง มีวุฒิภาวะทางสติปัญญา ฝึกคนให้เป็นผู้ที่มีความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ตลอดจนเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ ตามวัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ.2547 ที่กล่าวไว้ตอนหนึ่งว่า ให้มหาวิทยาลัยราชภัฏทำหน้าที่เป็นมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น โดยมีวัตถุประสงค์ และภาระหน้าที่ในการส่งเสริมการเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่มุ่งสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ สร้างและพัฒนาองค์ความรู้ สร้างบัณฑิตที่มีความรู้คู่ความดี สร้างสำนึกในคุณค่าของวัฒนธรรมท้องถิ่นและของชาติ เสริมสร้างความเข้มแข็งของวิชาชีพครู (ราชกิจจานุเบกษา. 2547) ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าสถาบันอุดมศึกษาจำเป็นต้องพัฒนาการศึกษาให้มีคุณภาพ และสอดคล้องกับความต้องการในการพัฒนาบุคคล พัฒนาองค์ความรู้ในศาสตร์ทุกสาขา รวมทั้งพัฒนาการวิจัยเพื่อการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางวิชาการ อันจะนำไปสู่การพัฒนาผู้เรียนให้เป็นผู้มีความรู้ มีทักษะ ตลอดจนมีบุคลิกที่พึงประสงค์ เพื่อให้สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

                การศึกษาปัจจัยเชิงสาเหตุหรือการศึกษาอิทธิพลของตัวแปรที่สัมพันธ์ต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ได้มีนักการศึกษาหลายท่านได้ศึกษาองค์ประกอบของตัวแปรต่างๆ ที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน พบว่า พื้นฐานและสภาพแวดล้อมทางบ้านของนักเรียนเป็นตัวแปรสำคัญที่มีอิทธิพลต่อความแปรปรวนของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน คุณภาพการสอนของครู กระบวนการเรียนการสอน สภาพแวดล้อมทางบ้าน สติปัญญา ความสามารถทางสมองด้วย (Carroll. 1963 : 723 – 733; Bloom. 1976 : 10 – 15; Maddox. 1963 : 9) นอกจากนั้น เรย์มอนด์ (Raymond. 1983 : 3795-A) ยังได้ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสภาพแวดล้อมทางบ้าน และสภาพแวดล้อมทางโรงเรียนกับผลสัมฤทธิ์ทางการอ่าน พบว่า สภาพแวดล้อมทางบ้านด้านฐานะทางเศรษฐกิจและสังคม สภาพแวดล้อมทางโรงเรียนมีความสัมพันธ์กับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และบุญชม ศรีสะอาด (2524 : 184) ได้กล่าวไว้ว่า ตัวแปรที่มิทธิพลในรูปที่เป็นสาเหตุต่อผลการเรียนวิชาสังคมศึกษาทั้งทางตรงและทางอ้อม ได้แก่ ความรู้พื้นฐานเดิม เวลาที่ใช้ในการเรียน มโนภาพเกี่ยวกับตนเอง และคุณภาพการสอน ตัวแปรที่มีอิทธิพลในรูปที่เป็นสาเหตุต่อผลการเรียนโดยทางตรง ได้แก่ เวลาที่ใช้ในการเรียน ตัวแปรที่ส่งผลทางอ้อม ได้แก่ ความสนใจและแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ ส่วนงานวิจัยของ มิญช์มนัส วรรณมหินทร์ (2544) ได้วิจัยปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย พบว่า ตัวแปรที่ส่งผลในรูปที่เป็นสาเหตุทางตรง ได้แก่ ความรู้พื้นฐานเดิม และรูปแบบการเรียน ตัวแปรที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่เป็นสาเหตุโดยทางตรงและทางอ้อม ได้แก่ ความถนัดทางภาษา และเจตคติต่อวิชาภาษาไทย ส่วนตัวแปรที่มีอิทธิพลทางอ้อม ได้แก่ คุณภาพการสอน มโนภาพเกี่ยวกับตนเอง ความตั้งใจเรียน ความเอาใจใส่ของผู้ปกครอง และแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ ส่วนสมลวย  สุติยไท (2541 : 68) ได้วิจัยพบว่า ตัวแปรที่มีอิทธิพลโดยทางตรงต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ได้แก่ ความรู้พื้นฐานเดิม   ตัวแปรที่ส่งผลโดยทางตรงและทางอ้อม ได้แก่ ความถนัดทางการเรียน และตัวแปรที่ส่งผลทางอ้อม ได้แก่ ความตั้งใจเรียน มโนภาพเกี่ยวกับตนเอง คุณภาพของการสอน การบริหารงานของคณะอำนวยการโรงเรียน และความสัมพันธ์ในครอบครัว และสุริยงค์ ชวนขยัน (2548 : 138) ได้วิจัย พบว่า ตัวแปรที่มีอิทธิพลต่อคุณภาพการศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฎ กรณีศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิตโดยทางตรง ได้แก่ ปัจจัยด้านการสอน ด้านการบริหาร ด้านคณาจารย์ และด้านการเข้าร่วมกิจกรรมของนักศึกษา

วัตถุประสงค์ของการวิจัย

  1. เพื่อพัฒนารูปแบบความสัมพันธ์โครงสร้างเชิงเส้นระหว่างปัจจัยเชิงสาเหตุกับ

ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษา หลักสูตรครู 5 ปี ระดับปริญญาตรี ของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มตะวันตก

  1. เพื่อศึกษาอิทธิพลของปัจจัยเชิงสาเหตุ ที่มีผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษา

หลักสูตรครู 5 ปี ระดับปริญญาตรี ของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มตะวันตก

                3.    เพื่อเปรียบเทียบความความคิดเห็นของนักศึกษา ที่มีต่อองค์ประกอบด้านสถานศึกษา

และองค์ประกอบด้านผู้เรียน ในมหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มตะวันตก

                4.   เพื่อประเมินองค์ประกอบด้านสถานศึกษา และองค์ประกอบด้านผู้เรียน ในมหาวิทยาลัย

ราชภัฎกลุ่มตะวันตกเปรียบเทียบกับเกณฑ์ที่ผู้วิจัยกำหนดขึ้น โดยใช้มาตรวัดของลิเคอร์ด (Likert) คือ 3.00

ความสำคัญของการวิจัย

                ผลของการวิจัยจะทำให้ได้รูปแบบของปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษา หลักสูตรครู 5 ปี ระดับปริญญาตรี ของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มตะวันตก ซึ่งเป็นแนวทางในการบูรณาการเพื่อการปรับปรุงกระบวนการบริหารวิชาการ การกำหนดนโยบายทางการบริหารและพัฒนากระบวนการเรียนการสอน และการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ของนักศึกษาให้มีระดับผลการเรียนที่สูงขึ้น

ขอบเขตของการวิจัย

                การวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษา

หลักสูตรครู 5 ปี ระดับปริญญาตรี ของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มตะวันตก  4  แห่ง ได้แก่ 1) มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง 2) มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม 3) มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี และ 4) มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี โดยกำหนดประชากรและกลุ่มตัวอย่างไว้ดังนี้

                1.  ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

1.1     ประชากรที่ใช้ในการวิจัยเป็นนักศึกษา หลักสูตรครู 5 ปี ระดับปริญญาตรี

ของคณะครุศาสตร์ ที่กำลังศึกษาอยู่ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2550

1.2     กลุ่มตัวอย่างที่ใช้เป็นนักศึกษาหลักสูตรครู 5 ปี  ระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 3

ของคณะครุศาสตร์ ที่กำลังศึกษาอยู่ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2550

                2.  ตัวแปรที่ใช้ในการวิจัย

2.1       ตัวแปรสาเหตุ   แบ่งออกเป็น 2  องค์ประกอบ ได้แก่

2.1.1 องค์ประกอบด้านสถานศึกษา ประกอบด้วย

2.1.1.1       สภาพแวดล้อมในมหาวิทยาลัย

2.1.1.2       คุณภาพการสอน

2.1.1.3       การประเมินผล

2.1.1.4       บรรยากาศในชั้นเรียน                     

                                 2.1.2  องค์ประกอบด้านผู้เรียน ประกอบด้วย

2.1.2.1        ความสามารถทางวิชาชีพครู

2.1.2.2        เจตคติต่อวิชาชีพครู

2.1.2.3        ความตั้งใจเรียน

2.1.2.4        แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์

2.1.2.5        ความสัมพันธ์ทางครอบครัว

2.1.2.6        ฐานะทางเศรษฐกิจ

2.1.2.7        ความสัมพันธ์กลุ่มเพื่อน

2.2                  ตัวแปรผลหรือตัวแปรเกณฑ์  คือ  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษา

หลักสูตรครู 5 ปี ระดับปริญญาตรี ที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้นปีที่ 3 ของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มตะวันตก

สมมติฐานการวิจัย

  1. ตัวแปรที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยทางตรง ได้แก่ ความรู้ในวิชาชีพครู

เจตคติต่อวิชาชีพครู ความตั้งใจเรียน และแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์

  1. ตัวแปรที่เป็นสาเหตุโดยทางอ้อมต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  ได้แก่  ความสัมพันธ์ทาง

ครอบครัว ฐานะทางเศรษฐกิจ และความสัมพันธ์กลุ่มเพื่อน

  1. ตัวแปรที่เป็นสาเหตุโดยทางตรงและทางอ้อม ได้แก่  สภาพแวดล้อมในมหาวิทยาลัย

คุณภาพการสอน การประเมินผล และบรรยากาศในชั้นเรียน

  1. องค์ประกอบด้านสถานศึกษา และองค์ประกอบด้านผู้เรียนตามความคิดเห็นของ

นักศึกษาหลักสูตรครู 5 ปี ในมหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มตะวันตกแตกต่างกัน

  1. องค์ประกอบด้านสถานศึกษา และองค์ประกอบด้านผู้เรียนตามความคิดเห็นของ

นักศึกษาหลักสูตรครู 5 ปี ในมหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มตะวันตกแตกต่างกับเกณฑ์

วิธีดำเนินการวิจัย

                ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

                ประชากรในการวิจัยครั้งนี้ครอบคลุมประชากรและกลุ่มตัวอย่างของนักศึกษาหลักสูตรครู 5 ปี ในมหาวิทยาลัยราชภัฎกลุ่มตะวันตก 4 แห่งประกอบด้วยนักศึกษาหลักสูตรครู 5 ปี ในมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี และมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี จำนวนรวมทั้งสิ้น 390 คน และกลุ่มตัวอย่างจำนวน 304 คน

 

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

                เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นแบบสอบถามจำนวน 10 ฉบับ ซึ่งเป็นแบบสอบถามแบบประมาณค่า 5 ระดับ (Rating Scale) ประกอบด้วย 2 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) องค์ประกอบด้านสถานศึกษา และองค์ประกอบด้านผู้เรียน ซึ่งมีค่าความเชื่อมั่นรวมทุกฉบับเท่ากับ .9730

 

การวิเคราะห์ข้อมูล

                ผู้วิจัยวิเคราะห์ข้อมูลโดยแบ่งออกเป็น 6 ขั้นตอน ดังนี้

                ตอนที่ 1  การวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปคิดค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของแบบสอบถามกับตัวแปรที่ใช้ในการวิจัย

                ตอนที่ 2  การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของตัวแปรอิทธิพลที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาหลักสูตรครู 5 ปีในมหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มตะวันตก โดยใช้สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน (Pearson Product Moment Correlation Coefficient)

                ตอนที่ 3  การวิเคราะห์รูปแบบความสัมพันธ์โครงสร้างเชิงเส้นของตัวแปรที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลักสูตรครู 5 ปีในมหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มตะวันตก ในมหาวิทยาลัย

ราชภัฏกลุ่มรัตนโกสินทร์ โดยใช้โปรแกรมลิสเรล (Lisrel Model) ทั้งรูปแบบความสัมพันธ์ตามสมมติฐานก่อนปรับแก้ และรูปแบบความสัมพันธ์ที่ปรับแก้แล้ว

                ตอนที่ 4  การวิเคราะห์อิทธิพลทางตรง ทางอ้อมและอิทธิพลรวมของตัวแปรต่าง ๆ ที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

                ตอนที่  5  การเปรียบเทียบความความคิดเห็นของนักศึกษาหลักสูตรครู 5 ปี ที่มีต่อองค์ประกอบด้านสถานศึกษา และองค์ประกอบด้านผู้เรียน ในมหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มตะวันตก ประกอบด้วย 1) มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง 2) มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม 3) มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี และ 4) มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี

                ตอนที่  6  การประเมินความคิดเห็นของนักศึกษาหลักสูตรครู 5 ปี ที่มีต่อองค์ประกอบด้านสถานศึกษา และองค์ประกอบด้านผู้เรียน ในมหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มตะวันตก ประกอบด้วย 1) มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง 2) มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม 3) มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี และ 4) มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี โดยเปรียบเทียบกับเกณฑ์ที่ผู้วิจัยกำหนดขึ้นตามมาตรวัดของลิเคอร์ท (Likert) 3.00

สรุปผลการวิจัย

                การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาตัวแปรที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาหลักสูตรครู 5 ปี ในมหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มตะวันตก และผู้วิจัยได้กำหนดวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบ และประเมินองค์ประกอบด้านสถานศึกษา และองค์ประกอบด้านผู้เรียนตามความเห็นของนักศึกษาไว้ด้วย และในการสรุปผล ผู้วิจัยขอสรุปผลการวิจัยใน 3 ส่วน ได้แก่ 1) สรุปผลการวิจัยรูปแบบอิทธิพลตามโครงสร้างเชิงเส้นของปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาหลักสูตรครู 5 ปี ในมหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มตะวันตก 2) สรุปผลการเปรียบเทียบองค์ประกอบด้านสถานศึกษา และองค์ประกอบด้านผู้เรียน ตามความคิดเห็นของนักศึกษาในมหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มตะวันตก และ 3) สรุปผลการประเมินองค์ประกอบด้านสถานศึกษา และองค์ประกอบด้านผู้เรียนตามความคิดเห็นของนักศึกษาในมหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มตะวันตก โดยเปรียบเทียบกับเกณฑ์ (3.00) ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้

                ส่วนที่  1  สรุปผลการวิจัยรูปแบบอิทธิพลตามโครงสร้างเชิงเส้นของตัวแปรเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาหลักสูตรครู 5 ปี ในมหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มตะวันตก ดังนี้

                                   1.1 รูปแบบความสัมพันธ์โครงสร้างเชิงเส้นระหว่างตัวแปรที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาหลักสูตรครู 5 ปี ในมหาวิทยาลัยราชภัฎกลุ่มตะวันตก มีความสัมพันธ์ตามการวิเคราะห์ด้วยโปรแกรมลิสเรล (LISRAL) ดังแสดงในภาพประกอบ

ความรู้ในวิชาชีพครู X1

                                                                                                            0.05

เจตคติต่อวิชาชีพครู X11

ความตั้งใจเรียน X2

                                                                        

0.15

                                               0.07                                        0.04

ความสัมพันธ์กลุ่มเพื่อน X6

                                                                           0.02                                    0.19                        

ผลสัมฤทธิ์

ทางการเรียน Y

แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ X3

                                             0.04                                                   

ฐานะทางเศรษฐกิจ X5

                                                                                                       0.13

                                         0.11                                              

                                                                                                              0.03                                                                                                                                           

บรรยากาศในชั้นเรียน X10

ความสัมพันธ์

ทางครอบครัว X4

                                                         -0.08             0.35          0.23

                                        – 0.11                                                                                                     

การประเมินผล X9

คุณภาพการสอน X8

                                                                        

สภาพแวดล้อม

ในมหาวิทยาลัย X7

                                                                                                          0.23                                                       

ทางตรง

                                                          -0.05

ทางตรงและทางอ้อม

                                                                                       -0.04

ทางอ้อม

 

ภาพประกอบ : แสดงรูปแบบความสัมพันธ์โครงสร้างเชิงเส้นด้วยโปรแกรมลิสเรล

ผลการตรวจสอบวัดระดับความสอดคล้องของรูปแบบ ทำให้ได้รูปแบบความสัมพันธ์ของตัวแปรเชิงสาเหตุที่สอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ กล่าวคือ  ได้ค่าสถิติไคสแควร์ cมีค่าเท่ากับ 0.015

(p = 0.90) มีดัชนีความสอดคล้องที่ปรับแก้แล้ว GFI มีค่าเท่ากับ 1.00 และมีดัชนีความสอดคล้องที่ปรับค่าตามการคำนวณของโปรแกรมลิสเรล AGFI มีค่าเท่ากับ 1.00

                                   1.2  ตัวแปรที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาหลักสูตรครู 5 ปี ในมหาวิทยาลัยราชภัฎกลุ่มตะวันตก มีด้วยกัน 11 ตัวแปร และมีอิทธิพลส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน คือ

1.2.1           ความรู้ในวิชาชีพครู (X1) มีอิทธิพลในรูปที่เป็นสาเหตุโดยทางตรง

ต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และมีอิทธิพลในรูปที่เป็นสาเหตุโดยทางอ้อมต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยผ่านทางคุณภาพการสอน(X8)

1.2.2           ความตั้งใจเรียน (X2) มีอิทธิพลในรูปที่เป็นสาเหตุโดยทางตรงต่อ

ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และมีอิทธิพลในรูปที่เป็นสาเหตุโดยทางอ้อมต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยผ่านทางเจตคติต่อวิชาชีพครู(X11)

1.2.3   แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ (X3) มีอิทธิพลในรูปที่เป็นสาเหตุโดยทางตรงต่อ

ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

1.2.4           ความสัมพันธ์ทางครอบครัว (X4) มีอิทธิพลในรูปที่เป็นสาเหตุโดย

ทางอ้อมต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยผ่านทางคุณภาพการสอน(X8)

1.2.5           ฐานะทางเศรษฐกิจของผู้ปกครอง (X5) มีอิทธิพลในรูปที่เป็นสาเหตุ

โดยทางตรงต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

1.2.6           ความสัมพันธ์กลุ่มเพื่อน (X6) มีอิทธิพลในรูปที่เป็นสาเหตุโดย

ทางตรงต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และมีอิทธิพลในรูปที่เป็นสาเหตุโดยทางอ้อมต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยผ่านทางคุณภาพการสอน(X8)

1.2.7    สภาพแวดล้อมในมหาวิทยาลัย (X7) มีอิทธิพลในรูปที่เป็นสาเหตุโดย

ทางตรงต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และมีอิทธิพลในรูปที่เป็นสาเหตุโดยทางอ้อมต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยผ่านทางคุณภาพการสอน (X8)

1.2.8    คุณภาพการสอน (X8) มีอิทธิพลในรูปที่เป็นสาเหตุโดยทางตรงต่อ

ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

1.2.9           การประเมินผล (X9) มีอิทธิพลในรูปที่เป็นสาเหตุโดยทางตรงต่อ

ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและมีอิทธิพลในรูปที่เป็นสาเหตุโดยทางอ้อมต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยผ่านทางคุณภาพการสอน(X8)

1.2.10       บรรยากาศในชั้นเรียน (X10) มีอิทธิพลในรูปที่เป็นสาเหตุโดย

ทางตรงต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

1.2.11       เจตคติต่อวิชาชีพครู (X11) มีอิทธิพลในรูปที่เป็นสาเหตุโดยทางตรง

ต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และมีอิทธิพลในรูปที่เป็นสาเหตุโดยทางอ้อมต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยผ่านทางคุณภาพการสอน(X8)

ตัวแปรที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาสาขาวิชาชีพครู หลักสูตร 5 ปี ของมหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มตะวันตก มี 11 ตัวแปร สามารถร่วมกันอธิบายผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (Y)

ได้ร้อยละ 62

ส่วนที่  2  สรุปผลการเปรียบเทียบองค์ประกอบด้านสถานศึกษา และองค์ประกอบด้านผู้เรียน ตามความคิดเห็นของนักศึกษาในมหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มตะวันตก ปรากฏผลดังนี้

                                                2.1   การเปรียบเทียบองค์ประกอบด้านสถานศึกษา ตามความคิดเห็นของนักศึกษาหลักสูตรครู 5 ปีในมหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มตะวันตก ในสี่ด้าน และรวมทั้งสี่ด้าน ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้

   1)  ด้านสภาพแวดล้อมในมหาวิทยาลัย ไม่พบว่าแตกต่างกัน

                                                      2)  ด้านคุณภาพการสอน ไม่พบว่าแตกต่างกัน

                                                      3)  ด้านการประเมินผลการเรียน พบว่า แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.01 และเมื่อทำการทดสอบรายคู่ พบว่า มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงมีการประเมินผลการเรียนการสอนแตกต่างกับมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนคู่อื่น ๆ ไม่พบว่าแตกต่างกัน

                                                      4)  ด้านบรรยากาศในชั้นเรียน พบว่า แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.01 และเมื่อทำการทดสอบรายคู่ พบว่า มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐมมีบรรยากาศในชั้นเรียนแตกต่างกับมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรีอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนคู่อื่นๆ ไม่พบว่าแตกต่างกัน

                                                2.2   การเปรียบเทียบองค์ประกอบด้านผู้เรียน ตามความคิดเห็นของนักศึกษาหลักสูตรครู 5 ปีในมหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มตะวันตก ในหกด้าน และรวมทั้งหกด้าน ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้

                                                       1) ด้านความรู้ในวิชาชีพครูของนักศึกษาหลักสูตรครู 5 ปี ในมหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มตะวันตกไม่แตกต่างกัน

                                                       2) ด้านเจตคติต่อวิชาชีพครู พบว่า  นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มตะวันตกมีเจตคติต่อวิชาชีพครูแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และเมื่อทำการทดสอบรายคู่ พบว่า นักศึกษาหลักสูตรครู 5 ปี ของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐมมีเจตคติต่อวิชาชีพครูแตกต่างกับนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรีอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ นักศึกษาหลักสูตรครู 5 ปี ของมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรีมีเจตคติต่อวิชาชีพครูแตกต่างกับนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรีอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนคู่อื่น ๆ ไม่พบว่าแตกต่างกัน

                                                       3)  ด้านความตั้งใจเรียน พบว่า นักศึกษาหลักสูตรครู 5 ปี ของมหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มตะวันตกมีความตั้งใจเรียนไม่แตกต่างกัน

                                                       4)  ด้านแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ พบว่า นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มตะวันตกมีแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และเมื่อทำการทดสอบรายคู่ พบว่า นักศึกษาหลักสูตรครู 5 ปี ของมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงมีแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์แตกต่างกับนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

 และ นักศึกษาหลักสูตรครู 5 ปี ของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐมมีแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์แตกต่างกับนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรีอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนคู่อื่น ๆ ไม่พบว่าแตกต่างกัน

                                                       5)  ด้านความสัมพันธ์ทางครอบครัว พบว่า นักศึกษาหลักสูตรครู 5 ปี ในมหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มตะวันตกมีความสัมพันธ์ทางครอบครัวไม่แตกต่างกัน

                                                       6)  ด้านความสัมพันธ์กลุ่มเพื่อน พบว่า นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มตะวันตกมีความสัมพันธ์กลุ่มเพื่อนแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 และเมื่อทดสอบรายคู่ปรากฏว่า ความสัมพันธ์กลุ่มเพื่อนของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงต่างกับความสัมพันธ์กลุ่มเพื่อนของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ความสัมพันธ์กลุ่มเพื่อนของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงต่างกับความสัมพันธ์กลุ่มของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรีอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ความสัมพันธ์กลุ่มเพื่อนของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐมต่างกับความสัมพันธ์กลุ่มเพื่อนของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรีอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และความสัมพันธ์กลุ่มเพื่อนของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรีต่างกับความสัมพันธ์กลุ่มเพื่อนของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรีอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนคู่อื่น ๆ ไม่พบว่าแตกต่างกัน

                ส่วนที่  3  สรุปผลการประเมินองค์ประกอบด้านสถานศึกษา และองค์ประกอบด้านผู้เรียนตามความคิดเห็นของนักศึกษาหลักสูตรครู 5 ปีในมหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มตะวันตก โดยเปรียบเทียบกับเกณฑ์ ผลปรากฏดังนี้

3.1    ผลการประเมินองค์ประกอบด้านสถานศึกษา ตามความเห็นของนักศึกษา

มหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มตะวันตก ประกอบด้วย 1) สภาพแวดล้อมภายในมหาวิทยาลัย 2) คุณภาพการสอน 3) การประเมินผลการเรียน และ 4) บรรยากาศในชั้นเรียน พบว่า องค์ประกอบด้านสถานศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มตะวันตก ในแต่ละด้าน และโดยรวมทุกด้านสูงกว่าเกณฑ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

3.2    ผลการประเมินองค์ประกอบด้านผู้เรียนใน 6 ด้าน ประกอบด้วย 1) ความรู้ใน

วิชาชีพครู 2) เจตคติต่อวิชาชีพครู 3) ความตั้งใจเรียน 4) แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ 5) ความสัมพันธ์ทางครอบครัว และ 6) ความสัมพันธ์กลุ่มเพื่อน พบว่า องค์ประกอบด้านผู้เรียนของมหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มตะวันตก ในแต่ละด้าน และโดยรวมทุกด้านสูงกว่าเกณฑ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

ข้อเสนอแนะจากการวิจัย

                ข้อเสนอแนะทั่วไป

                1.   การศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาหลักสูตรครู 5 ปี ในมหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มตะวันตก ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะดังนี้ 

                                1.1   จากการศึกษาตัวแปรอิทธิพล พบว่า นักศึกษามีความรู้ในวิชาชีพครูค่อนข้างดี เนื่องจากนักศึกษามีความรู้และได้ศึกษามาแล้ว 2 ปี ซึ่งมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งอาจนำข้อมูลไปพิจารณาปรับปรุงในเรื่องที่นักศึกษามีทักษะน้อยและปรับปรุงให้ดีขึ้น อีกประการหนึ่งในด้านของตัวแปรสภาพแวดล้อมในมหาวิทยาลัย พบว่า อยู่ในระดับปานกลาง ดังนั้นมหาวิทยาลัยราชภัฏแต่ละแห่ง ควรพิจารณาดำเนินการปรับปรุงสภาพแวดล้อมหรือนำเสนอให้มหาวิทยาลัยปรับปรุงสภาพแวดล้อมในด้านต่างๆ ในมหาวิทยาลัยให้มีความเหมาะสมเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่อง การประชาสัมพันธ์ข่าวสารต่างๆ ในมหาวิทยาลัยควรให้มีความครอบคลุมและทั่วถึงทั้งมหาวิทยาลัย และในด้านการบริการด้านสุขภาพภายในมหาวิทยาลัยก็ควรดำเนินการให้มีความเหมาะสมมากขึ้นกว่าเดิม รวมทั้งห้องสมุดควรมีหนังสือใหม่ๆ ที่ทันสมัยในการค้นคว้าให้เพิ่มขึ้นทั้งเอกสารตำรา และวารสารที่เป็นทั้งของไทยและต่างประเทศ ส่วนในด้านฐานะทางเศรษฐกิจนั้นพบว่านักศึกษาส่วนใหญ่มีสภาพทางเศรษฐกิจไม่ค่อยดี มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งอาจหาวิธีให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมในบางเรื่องที่นักศึกษาอาจมีความจำเป็นหรือร้องขอเพื่อให้นักศึกษาได้มีกำลังใจ และศึกษาเล่าเรียนได้โดยไม่รู้สึกท้อถอย และเกิดพฤติกรรมอื่น ๆ ที่ไม่พึงประสงค์ได้

                                1.2  จากการศึกษาตัวแปรเชิงสาเหตุพบว่า ตัวแปรที่มีอิทธิพลทางตรงอย่างเดียว ได้แก่ คุณภาพการสอนของอาจารย์ บรรยากาศในชั้นเรียน แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ และฐานะทางเศรษฐกิจของครอบครัว ซึ่งมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งควรให้ความสำคัญกับตัวแปรเหล่านี้ และพิจารณาตรวจสอบหาความสัมพันธ์ของการพัฒนากระบวนการเรียนการสอนกับตัวแปรอิทธิพล เพื่อให้กระบวนการเรียนการสอนส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น โดยอาจมีการประเมินความสนใจ และความเอาใจใส่ในการเรียนของนักศึกษา มีการตรวจสอบการเข้าเรียน และสังเกตความสนใจในการเรียนของผู้เรียนในชั้นเรียนอย่างเป็นระบบ สร้างบรรยากาศในชั้นเรียนให้มีความน่าสนใจ มีการทดสอบวัดความรู้ความเข้าใจในการเรียนของนักศึกษาในวิชาชีพครูอย่างต่อเนื่อง หรืออาจมีการจัดกิจกรรมเพิ่มความรู้เพื่อให้นักศึกษาเกิดแรงจูงใจเพิ่มมากขึ้น

                                1.3  ตัวแปรสาเหตุที่มีอิทธิพลในทางตรงและทางอ้อม ได้แก่ ความตั้งใจเรียน ความรู้ในวิชาชีพครู เจตคติต่อวิชาชีพครู การประเมินผล สภาพแวดล้อมในมหาวิทยาลัย และความสัมพันธ์กลุ่มเพื่อน การที่ตัวแปรเหล่านี้มีอิทธิพลทั้งทางตรงและทางอ้อม แสดงให้เห็นว่าตัวแปรอิทธิพลมีความสัมพันธ์กันภายในและส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษา เมื่อพิจารณารายละเอียดพบว่า ตัวแปรที่มีอิทธิพลทางตรงและทางอ้อมสูงสุดคือ บรรยากาศในชั้นเรียน รองลงมาคือ เจตคติต่อวิชาชีพครู ความตั้งใจเรียน ความรู้ในวิชาชีพครู ความสัมพันธ์กลุ่มเพื่อน และสภาพแวดล้อมในมหาวิทยาลัยตามลำดับ ดังนั้นผู้ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนานักศึกษาและผู้บริหารในแต่ละมหาวิทยาลัย จะต้องนำตัวแปรอิทธิพลเหล่านี้ไปพิจารณาปรับปรุงว่าสามารถจะปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้มีความสอดคล้องกับการเรียนการสอนในหลักสูตรวิชาชีพครู ของมหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มตะวันตกได้อย่างเหมาะสมมากน้อยเพียงใด ตามอิทธิพลของตัวแปรที่ได้ค้นพบ

                                1.4  ตัวแปรสาเหตุที่มีอิทธิพลทางอ้อมอย่างเดียว ได้แก่ ความสัมพันธ์ทางครอบครัว อิทธิพลของความสัมพันธ์ทางครอบครัว เป็นสิ่งที่พบเห็นอยู่ตลอดเวลาในสังคมปกติอาจส่งผลทางอ้อมในหลากหลายด้านให้กับนักศึกษารวมทั้งส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนได้ด้วย คณาจารย์ควรมีระบบการดูแลนักศึกษา และสามารถเข้าใจในตัวนักศึกษาทั้งโดยส่วนตัว และครอบครัวซึ่งอาจเป็นเรื่องยากสำหรับอาจารย์ เพราะการที่นักศึกษามีความสัมพันธ์ทางครอบครัวแบบใดนั้น อาจารย์อาจไม่สามารถก้าวก่ายหรือเข้าแทรกแซงได้ หรืออาจอยู่นอกเหนือการควบคุม แต่หากความสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์กับนักศึกษาเป็นไปด้วยดี และมีความไว้วางใจกัน การดูแลนักศึกษาและการเฝ้าสังเกตการณ์หรือสังเกตพฤติกรรมในบางด้านอาจส่งผลดีต่อการเรียนของนักศึกษาได้ ฉะนั้นอาจารย์ควรมีความใกล้ชิด และเป็นกันเองกับนักศึกษาให้เพิ่มมากขึ้นก็จะเป็นการดี เพื่อการเข้าถึงความรู้สึกนึกคิด และอาจได้รับความไว้วางใจให้ได้รับข้อมูลบางด้านที่นักศึกษารู้สึกอึดอัด และทำให้สามารถให้คำแนะนำได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมได้

                2.  จากการเปรียบเทียบองค์ประกอบด้านสถานศึกษา และด้านผู้เรียน พบว่า มหาวิทยาลัยราชภัฏมีองค์ประกอบด้านสถานศึกษาและองค์ประกอบด้านผู้เรียน โดยรวมทุกด้านแตกต่างกันดังนั้นมหาวิทยาลัยราชภัฏแต่ละแห่งควรพิจารณาในรายละเอียดของความแตกต่างที่เกิดขึ้น อันประกอบไปด้วยสภาพแวดล้อมที่จัดให้นักศึกษา คุณภาพการสอนของอาจารย์ การประเมินผลการเรียน และบรรยากาศในชั้นเรียนที่อาจมีสภาพที่ต้องพิจารณาปรับปรุง หรือในสภาพที่แต่ละมหาวิทยาลัยมีการดำเนินการที่อยู่ในระดับที่ไม่เท่ากัน ส่งผลให้นักศึกษาพึงพอใจแตกต่างกัน อาทิเช่น สถานที่ตั้งของมหาวิทยาลัยนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐมเห็นว่ามีมลพิษทั้งทางเสียง และฝุ่นมากกว่ามหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี หรือการติดต่อสื่อสารของหน่วยงานบริการทางการศึกษาในมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐมมีระดับการบริการที่สะดวกและชัดเจนน้อยกว่ามหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี หรือการจัดบริเวณอาคาร ความสวยงามภายในที่เหมาะสมต่อการเรียนรู้นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจบุรีทำได้ดีกว่า และบริเวณพักผ่อน และอ่านหนังสือมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรีมีสภาพที่ดีกว่ามหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม เป็นต้น ส่วนองค์ประกอบด้านผู้เรียนนั้น ในแต่ละมหาวิทยาลัยก็ควรพิจารณาว่าความเข้มข้นของความแตกต่างทางความเห็นในแต่ละด้านนั้นมีประเด็นที่น่านำมาพิจารณาปรับปรุงแก้ไข เปรียบเทียบผลการดำเนินงานเพื่อให้มีคุณลักษณะที่คล้ายกันในเรื่องที่สำคัญ ๆ และเป็นความคาดหวังของการจัดการศึกษาหลักสูตรวิชาชีพครู 5 ปี ที่ส่งผลให้เกิดประสิทธิภาพ และประสิทธิผลที่สูงขึ้น อาทิเช่น นักศึกษาในมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรีมีเจตคติต่อวิชาชีพครูน้อยที่สุดในสี่แห่ง รองลงมาคือนครปฐม จอมบึง และนักศึกษาวิชาชีพครูในมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรีมีเจตคติต่อวิชาชีพครูมากที่สุด หรือในด้านความตั้งใจเรียน นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรีมีความตั้งใจเรียนมากว่ามหาวิทยาลัยราชภัฏอื่น ๆ ในกลุ่มตะวันตก หรือความสัมพันธ์กลุ่มเพื่อนมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงมีความสัมพันธ์กลุ่มเพื่อนดีกว่ามหาวิทยาลัยราชภัฏอื่น ๆ ในกลุ่มตะวันตก เป็นต้น ซึ่งมหาวิทยาลัยราชภัฏทุกแห่งในกลุ่มตะวันตกควรพิจารณาถึงรายละเอียดย่อยในองค์ประกอบว่าทัศนะของนักศึกษามีทิศทางและความเข้มข้นไปในด้านใด แล้วพิจารณาแก้ไขปรับปรุงหรืออาจใช้วิธีเชื่อมโยงกิจกรรมร่วมกันระหว่างนักศึกษาและอาจารย์ในรูปแบบต่าง ๆ ที่ส่งผลดีต่อการพัฒนานักศึกษาให้มีคุณสมบัติตามที่ต้องการต่อไป

                3.  ผลการประเมินองค์ประกอบด้านสถานศึกษา และองค์ประกอบด้านผู้เรียน พบว่า นักศึกษาประเมินองค์ประกอบทั้งสองในแต่ละด้านและโดยรวมทุกด้านสูงกว่าเกณฑ์ (3.00) ซึ่งจะเห็นได้ว่าเกณฑ์การประเมินที่ผู้วิจัยกำหนดขึ้นซึ่งเป็นเกณฑ์กลางของระดับความเห็นตามมาตรวัดของลิเคอร์ (Likert) นั้นถือเป็นเกณฑ์กลางมาตรฐาน และเมื่อนักศึกษาประเมินองค์ประกอบทั้งสองด้านสูงกว่าเกณฑ์ทั้งในรายด้านและโดยรวมทุกด้าน แสดงว่านักศึกษามีความพอใจในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยทุกแห่งในภาพรวมทั้งหมด แต่อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยอาจมีการกำหนดเกณฑ์ที่สูงขึ้นในโอกาสต่อไปเพื่อเป็นการวัดความเห็นของนักศึกษาต่อกระบวนการจัดการศึกษาในหลักสูตรครู 5 ปี หรือมีการประเมินองค์ประกอบนี้กับหลักสูตรอื่น ๆ ที่ไม่ใช่หลักสูตรครู เพื่อเป็นการยืนยันสภาพการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยว่ามีมาตรฐานในระดับสูงที่เป็นภาพรวมที่ดีที่นักศึกษาพึงพอใจต่อไป

ข้อเสนอแนะเพื่อการวิจัยครั้งต่อไป

1.   ควรมีการศึกษาวิจัยปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในแต่ละมหาวิทยาลัยเป็นการเฉพาะ

                2.   ควรวิจัยและเพิ่มองค์ประกอบให้ครอบคลุมกระบวนการจัดการศึกษา เช่น องค์ประกอบด้านชุมชน หรือองค์ประกอบด้านคุณธรรมจริยธรรมของผู้เรียน ฯลฯ เพื่อเน้นถึงการประกอบวิชาชีพครูที่ต้องมีความเกี่ยวข้องกับการประพฤติปฏิบัติที่ดีของการประกอบวิชาชีพครู

                3.   ควรมีการวิจัยเชิงนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารหลักสูตรวิชาชีพครู หรือวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันที่มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับการพัฒนาวิชาชีพครูเพื่อนำผลมาปรับปรุงหลักสูตรให้ดีขึ้น และตรงกับความต้องการของผู้ใช้ครู

                4.   ควรใช้กระบวนการวิจัยในรูปแบบอื่น ๆ ที่สามารถนำผลมาใช้ในการพัฒนาวิชาชีพครู หรือคณาจารย์ผู้สอน และนักศึกษาหลักสูตรครูให้มีประสิทธิผลที่ดีต่อไป

 

บรรณานุกรม

 

ธีระยุทธ  รัชชะ. (2544). ปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนทางด้านศิลปะของ

                นักศึกษา ระดับประกาศนียบัตรชั้นสูง (ปวส.) ชั้นปีที่ 2 สาขาช่างเทคนิคสถาปัตยกรรม.

                วิทยานิพนธ์ ค.อ.ม. (หลักสูตรและการสอนอาชีวศึกษา) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า

เจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง.

มิญช์มนัส  วรรณมหินทร์. (2544). ปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชา

                ภาษาไทยของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สังกัดสำนักงานการประถมศึกษา จังหวัด

ร้อยเอ็ด. ปริญญานิพนธ์  การศึกษามหาบัณฑิต กศ.ม. (การวัดผลการศึกษา)

มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

ราชกิจจานุเบกษา. (2547). พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547.

สมชัย  วุฒิปรีชา. (2537). “แนวโน้มการศึกษาไทยในอนาคต” ใน เอกสารประกอบการประชุม

                สัมมนาทางวิชาการ เรื่อง การบริหารการศึกษากับสังคมยุคใหม่. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัย

ศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร.

สมบูรณ์  ตันยะ. (2545). การประเมินทางการศึกษา. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น.

สมพร  บัวทอง. (2519). รายงานสรุปผลการสัมมนาเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัย

ศรีนครินทรวิโรฒ. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร.

สมลวย  สุติไท. (2541). รูปแบบของผลการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของ

สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว. ปริญญานิพนธ์ กศ.ม. (หลักสูตรและการสอน)

มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

สุริยงค์  ชวนขยัน. (2548). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อคุณภาพการศึกษาของสถาบันราชภัฏ : กรณีศึกษา

                มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต. ปริญญานิพนธ์ดุษฎีบัณฑิต (สาขาการอุดมศึกษา)

                บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

Carrol, John B. (1963, May). “A Model of School Learning” Teacher College Record. 64(8) :

                 723-733.

Raymond, Roger Danly. (1983, Fabruary). “A Study of Relationships Between Environment

 and Student Achievement” Dissertation Abstracts International. 43(8) : 3795-A.

Rech, Janice Fay. (August, 1991). “The Relationships Between Mathematics Attitude,

                Self-Concept, Learning Style, Socioeconomic Status, Gender, And Mathematics

                Achievement Among Fourth and Eight-Grade Black Student,” Dissertation Abstract

                International. 52(2) : 457 – A.

About these ads
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s